วันนี้เป็นวันพ่อล่ะ
ชิซะก็เป็นอีกคนที่อยากบอกรักพ่อ
คิดเอาไว้ทุกปีว่าจะบอกรักพ่อ กอดพ่อ แล้วก็กราบเท้าพ่อให้ได้
แต่ก็ไม่กล้า...
ปีนี้ชิซะก็ตั้งใจจะทำ แล้วก็ไม่กล้าอีกปี
ก็คิดว่าอยากจะทำอะไรให้พ่อ
อะไรที่เราทำได้ดี
เพราะน้องวาดรูปเก่งมากๆ ก็เลยกลัวว่าวาดรูปให้พ่อจะทำให้มีข้อเปรียบเทียบ
ก็เลยทำอะไรที่ถนัดๆ ดีกว่า
ก็เลยได้ออกมาเป็นแบบนี้....
บอกตรงๆ ว่าชิซะไม่รู้ว่าจะเอาอันไหนให้พ่อ ก็เลยให้ทั้งสองอันเลย
แล้วชิซะก็หันไปหาน้อง
"แพร แกให้การ์ดวันพ่อกับป๊ายัง"
"แพรย่องไปวางไว้บนหัวเตียงป๊าตอนเที่ยงคืนแล้วแจ้"
(ตอนนั้นตีสองค่ะ =_=;;;)
"อ้าวจริงดิ ว่าจะขอให้เอาไปให้เป็นเพื่อน"
"อายอะไรแจ้ เอาไปให้สิ"
....
ชิซะมองคอมตัวเองที่ทำการ์ดวันพ่อด้วยโฟโต้ช็อปจนเสร็จ
ชิซะแต่งกลอนเอง เพราะรู้ว่าชิซะทำอะไรไม่ค่อยเป็น
มันเป็นกลอนที่ไม่ได้เขียนถูกหลักโคลงสี่สุภาพเท่าไหร่หรอก =_=;;;
รู้แค่ว่า ชิซะทำมันจากใจ
พอตอนเช้าชิซะจัดการปริ๊นท์มันออกมาแล้วตัดทำเป็นการ์ดที่มีสองด้าน
และชิซะก็ไม่กล้าเอาไปให้พ่อ (อีกแล้ว)
ปีที่แล้วชิซะก็อายเกินกว่าจะเขียนเป็นภาษาไทย เลยทำกรอบรูปโมเสสฝีมือตัวเองให้พ่อ
แล้วเขียนเป็นภาษาเยอรมันว่ารักพ่อ
พอปีนี้ ชิซะทำออกมาแล้ว ก็เลยเอาไปซ่อนในตู้พ่อซะ!!!
แต่พอไปเปิดชิซะอยากร้องไห้มากเลยค่ะ
โมเสสที่ชิซะทำให้พ่อปีที่แล้ว
พ่อเก็บเอาไว้อย่างดีเลยล่ะ ในตู้ที่ชิซะจะเอาไปซ่อนนั่นน่ะ
จากนั้นชิซะก็สงบสติแป๊ปนึงแล้วลงไปหาพ่อ
"ป๊า สุขสันต์วันพ่อ" (เสียงห้วนมาก)
"เหรอ"
"ไปหาการ์ดเอาเองแล้วกันอยู่ในห้องป๊านั่นแหละ"
อยากกัดปากตัวเองจริงๆ ทำไมฉันซึนแบบนี้เนี่ย // กรีดร้อง
"อือ"
ชิซะก็รู้นิสัยพ่อดี เลยเดินไปหาแม่แล้วบอกแม่ว่า
"หม่าม้า พราวซ่อนการ์ดป๊าไว้ในตู้โชว์ที่ห้องนอนป๊ากับม้าอ่ะ"
"แล้ว?"
"ไปช่วยป๊าหาให้หน่อยสิ ไม่กล้าอ่ะ"
แม่ชิซะก็หัวเราะ แล้วบอกว่าได้ แต่มานวดให้แม่ก่อน
แล้วชิซะก็เข้าไปในห้องพ่อกับแม่เพื่อจะไปหาน้องที่เล่นคอมอยู่ (คอมอยู่ห้องพ่อกับแม่)
แล้วไม่ทันตั้งตัวพ่อชิซะก็พูดว่า
"ป๊าเห็นการ์ดหนูแล้วนะ ม้าช่วยหา ขอบใจนะ"
ชิซะนิ่งค่ะ ไม่พูด แต่น้องตัวดีก็พูดขึ้นมาว่า
"ป๊าบอกว่าอ่านแล้วน้ำตาจะไหลด้วยล่ะ ฮ่าๆๆๆ"
"อือ" ชิซะไม่พูดกับน้องแล้ว เดินออกจากห้องไปเลย
ในใจก็คิดว่า
'ตอนหนูแต่งกลอน หนูก็อยากจะร้องไห้เหมือนกันแหละ'
สุขสันต์วันพ่อนะคะ
บอกรักพ่อกันรึยัง??

edit @ 5 Dec 2011 17:57:59 by ชิซะ

[How To]อัพลายเส้น

posted on 05 Nov 2011 10:21 by shisake

 

How To อัพลายเส้น
 
หมายเหตุ : เอนทรี่นี้เป็นเพียงวิธีการที่เราใช้ฝึกและมันได้ผล คิดว่าคนอื่นจะได้ประโยชน์จากมันบ้างเลยนำมาเขียนแบ่งปัน หากผิดพลาดหรือมีข้อเสนอแนะอะไรยินดีแก้ไขค่ะ

 

ขออนุญาติแนะนำตัวก่อนนะคะ ชิซะค่ะ ตอนแรกเราก็เป็นคนที่วาดรูปไม่ค่อยสวย (ดูจากเอนทรี่เก่าๆได้เลยค่ะ) ถึงแม้ตอนนี้มันจะไม่ได้เลิศอะไรมากมาย ก็ยังมีเบี้ยวๆ บูดๆ ตามประสาคนเพิ่งฝึกวาดภาพมาได้ 2 ปี(แถมไม่ได้วาดบ่อยด้วย การบ้านเยอะ) เพื่อนๆ ก็คอยแนะนำวิธีฝึกวาดต่างๆ มาค่ะ เราทำบ้างไม่ทำบ้าง จนกระทั่งเรารู้ตัวว่าเราชอบวาดภาพจริงๆ เราก็เลยเอากระดาษมา 1 แผ่น เขียนวิธีสารพัดวิธีที่เพื่อนเคยบอกมา และเราก็ขอคุณแม่ไปเรียน Drawing ที่สถาบันแห่งหนึ่ง (ใครอยากรู้ Ems. มาถามได้ค่ะ เราว่ามันก็ดีเหมือนกัน) แล้วมันทำเราเส้นแข็งกว่าเดิมอีกค่ะ (เศร้า) เพราะเรารู้ตัวดีว่าเราวาดได้แต่อะไรก็ได้ที่มันไม่มีชีวิต แต่เราก็ชอบดูการ์ตูน อ่านนิยาย วาดคนเหมือนกัน เราก็เลย เริ่มฝึก จนกระทั่งหลายเดือนที่ผ่าน (ก็ไม่ได้หลายเดือนเท่าไหร่ เอ๊ะ ยังไง) มาเราเอาให้เพื่อนเราปีที่แล้วดูที่เห็นเราวาดมาทั้งปี เพื่อนเราก็บอกว่าฝีมือเราพัฒนาขึ้นมาก แล้วเพื่อนเราอีกคนหนึ่ง ที่ฝึกๆ มาด้วยกันเมื่อปีที่แล้ว (ในฐานะบุคคลวาดเห่ย) ก็มาถามว่าเราฝึกยังไง เราก็ร่ายไปตามที่เราทำ มันก็บอกจดมาให้ฉันเหอะ ฉันจำไม่ได้หรอก ตรงนี้ก็เลยเป็นเหตุให้เรามาเขียนเอนทรี่นี้นะเอง

 

หมายเหตุ : เราใช้เวลาทั้งหมด 3 เดือน แบบวาดมาราธอน + เรียน Drawing

 

เดือนที่ 1 เราได้รับคำแนะนำมาเยอะมากกกก ขอเอามาเฉพาะอันที่เราใช้

 

1. ขอคำแนะนำจากเพื่อนและคนรอบข้าง

โอเค มันอาจจะดูไม่มีอะไร แต่มันมีมากๆ เพราะมันจะได้ทริกในการวาด เพราะบางคนวิธีการวาดภาพไม่เหมือนกัน บางคนต้องวาดโครง บางคนคิดปุ๊บก็วาดได้เลย(พวกนี้เทพค่ะ) การได้คำแนะนำเยอะมันทำให้เราได้มีวิธีให้เลือก และนำที่เราถนัดมาใช้ และเพราะจุดเริ่มต้นเล็กๆ นี่แหละ ที่ทำให้เรามาเขียนเอนทรี่นี้ได้เป็นพรวน

 

2. ดูงานคนอื่นเป็นตัวอย่าง

ไม่ได้สนับสนุนให้ดราฟนะคะ เราหมายถึงดราฟเพื่อการฝึกฝน ก่อนดราฟขออนุญาติเจ้าของก่อนด้วยนะคะ เพราะว่าครูสอน Drawing จะให้เราเอางานคนอื่นมาแล้ววาดตาม เราก็เลยถามค่ะ เขาบอกว่า ทุกคนที่วาดเก่งๆ ล้วนเริ่มต้นมาจากการลอกงานคนอื่นทั้งนั้น เราเลยก็เลยถามพี่เขาว่า อ้าว งั้นถ้าวาดดราฟการ์ตูนทั้งเล่มเลยล่ะ เขาบอกว่า ทำอย่างงั้นได้ก็ดี(ซะงั้น) แต่ไม่ใช่ว่าสักแต่วาดตามเฉยๆ เราต้องจับทริคเขาให้ได้ด้วย แต่ละคนมีทริคไม่เหมือนกัน ก็เหมือนกับที่เราวาด Drawing ตอนเราลอกงานเขา ก็คิดซะว่าเรากำลังวาดแบบจริงที่ต้องวัด ต้องวาดโครง วาดสัดส่วนให้เป๊ะ ถึงจะได้ประโยชน์

เราก็เลยหาคนใกล้ตัวมาลอกงาน เพื่อนที่นั่งข้างๆ เรานี่แหละค่ะ เรานั่งดูเพื่อนเราวาดตั้งแต่โครงยันเสร็จ แล้วเราก็ขอเพื่อนเราดราฟภาพนั้น เพื่อนเราก็ใจดีค่ะ อนุญาติ เราก็เลยเอาภาพนั้นมาค่อยๆ วาดตาม วาดโครงเหมือนกับเพื่อนเรา (ถึงมันจะลบไปแล้ว) พร้อมๆกับขอคำแนะนำไปด้วยค่ะ เพื่อนเราก็ใจดีอีก ยอมสอนวาดโครง วาดผม แล้วก็ทริค เพื่อนเราบอกหมดเลยค่ะ เพื่อนเราชื่อ แอน ค่ะ แอนใจดีมากๆ ถ้าเราขอแอนได้เราจะเอาภาพที่แอนวาดมาให้ดูกันนะคะ

Tip: วิธีนี้ให้หาลายเส้นที่เราชอบแค่คนเดียวหรือสองคนนะคะ ไม่ควรเยอะกว่านั้น หรือบางคนจะใช้วิธีดราฟเฉพาะส่วนก็ได้ค่ะ ดราฟเฉพาะตาเพราะฉันวาดตาไม่เก่ง วาดตาไม่สวย อะไรทำนองนี้

 

เครดิตให้แอนนะคะ เป็นบอร์ดที่แอนเอาภาพลงค่ะ

 

เดือนแรกเราจบแค่นี้

 

เดือนที่ 2 เราวาดมาราธอน ขนาดทำการบ้านเสร็จก็ยังฝึกวาดต่อแล้วค่อยนอน แต่ก็ไม่ได้หักโหมนะคะ ไม่สนับสนุนให้หักโหมค่ะ

 

3. ลบแก้บ่อยๆ

ไม่ได้ให้ลบทั้งภาพค่ะ เพราะถ้าลบทั้งภาพแล้วลบใหม่ คนส่วนใหญ่จะวาดออกมาเหมือนเดิมค่ะ ไม่ค่อยต่างจากที่ลบสักเท่าไหร่ ลบแก้เฉพาะส่วนที่คิดว่าไม่ดี ลบจนกว่าเราจะคิดว่ามันดี มันจะทำให้เราวาดภาพภาพนึงนานมากๆ ค่ะ ให้ใช้วิธีนี้เฉพาะช่วงแรกๆ นะคะ เพราะหลังจากนี้เราจะเริ่มวาดคล่องขึ้น แล้วก็จะวาดเร็วขึ้น แล้วก็ลบน้อยลงด้วยค่ะ

 

4.หาคำแนะนำจากอินเทอร์เน็ต หนังสือสอนวาดรูป สังเกตจากทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว ฯลฯ

คล้ายๆ ข้อ 1 ค่ะ เพราะบางอย่างเพื่อนเราสอนก็ไม่ได้ ยกตัวอย่าง เรานี่แหละค่ะ อยากวาดหุ่น แต่เพื่อนๆ วาดหุ่นเป็นอยู่คนเดียว แอนนั่นแหละค่ะ แต่เรารู้สึกว่า เราวาดหุ่น ใช้วิธีแบบที่แอนร่างโครงไม่ได้ เราเลยไปหาจากอินเทอร์เน็ต หาวิธีวาดหุ่นแบบต่างๆ ที่เหมาะกับเรา และเราคิดว่าเราวาดได้ และสำหรับบางคนที่หาไม่ได้ ก็สังเกตจากหุ่นตามร้านขายเสื้อก็ได้ค่ะ หรือรอยยับก็สังเกตจากเสื้อของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา หรือจะลอบมองเพื่อนก็ได้ สังเกตหุ่นจากคนหุ่นดีๆ ตามหนังสือแฟชั่นก็ได้นะคะ แต่วิธีหลังนี้ยากค่ะ แต่บางคนอาจจะง่ายก็ได้ ยังไงก็สู้ๆ นะคะ

Tip: อันนี้บางคนอาจจะไม่ต้องทำก็ได้ค่ะ ความจริงวิธีนี้จะเริ่มตอนไหนก็ได้ จะใช้ตั้งแต่ต้นเลยก็ได้ค่ะ สำหรับบางคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนที่วาดรูป หาตามอินเทอร์เน็ต หนังสือสอนวาดรูป ก็มีเยอะนะคะ คนใน Exteen ก็วาดรูปเก่งๆ กันเยอะค่ะ

 

จบเดือนที่ 2

 

เดือนที่ 3 ไม่ค่อยมีอะไรค่ะ วาดลูกเดียวเลย

 

5.ขอคำแนะนำ และคำวิจารณ์และพร้อมจะแก้ไขเสมอ

อันนี้สำคัญค่ะ เพื่อนของเราตอนม.3 ตูน กับแพท จะหันมาวิจารณ์ตลอด บางครั้งก็แรงค่ะ จนบางครั้งก็แอบท้อ เพราะเขาวิจารณ์บ่อยมาก แต่มันก็ทำให้เรารู้ว่าเราต้องแก้ไขตรงไหน พอขึ้นม. 4 มาเพื่อนเราที่นั่งข้างๆ (แอนนั่นแหละ) เราจะให้เขาดูบ่อยๆ แล้วเพื่อนที่นั่งถัดๆ ไป เมย์ กับ แนน ก็จะวิจารณ์ด้วย สามคนนี้เป็นคนแรกๆ ที่บอกว่าเราฝีมือพัฒนาขึ้นมากตั้งแต่นั่งกับแอน... เหอๆๆ ส่วนใหญ่แอนสอนเราค่ะ แล้วช่วงนี้เราก็ให้ ตูน กับแพท ดูเหมือนกัน แต่ตูนย้ายโรงเรียนไปแล้วเลยคุยทางสไกป์แทน ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ที่ชอบวาดรูปเหมือนกัน เราก็ให้ดู ขอคำวิจารณ์ ขอคำแนะนำค่ะ (ส่วนใหญ่เวลาขอคำวิจารณ์เพื่อนเราจะแนะนำมาด้วยเลย) แต่เราต้องดูคำวิจาณ์ด้วยนะคะ ไม่ใช่แก้ซะหมดจนไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง ให้ดูด้วยค่ะว่าอันไหนเหมาะกับลายเส้นเรา อันไหนไม่เหมาะ

Tip: เราเอาอันที่คิดว่าดีที่สุดไปให้เพี่อนช่วยวิจารณ์ค่ะ เพราะถ้าเราคิดว่ามันดีที่สุดแล้วก็เอามันเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ แล้วให้เพื่อนวิจารณ์เพื่อก้าวต่อไปอีกขั้นค่ะ

 

เครดิตให้ตูนกับแพทนะคะ

 

อันนี้ของแพทค่ะ

 

พยายามเข้านะค้า เป็นกำลังใจให้ (แล้วก็เป็นกำลังใจให้จขบ.ด้วยนะ พลีส) หวังว่าที่เราเขียนมาจะมีประโยชน์นะคะ

เอนทรี่นี้นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
 
+++++++++++++
 

                “อลันนนนนน!!!”

                “กี๊”

                ผมตะโกนเรียกอลันเพื่อจะมาทำการบ้านวิชาแปลงร่าง ซึ่งมันก็บินมาหาผมอย่างรวดเร็วเป็นปกติ

                เหตุผลที่ผมทำการบ้านชิ้นนี้ก็ไม่มีอะไรมาก มันก็แค่อยากรู้ว่าอลันเป็นเพศหญิงหรือชายเท่านั้นแหละ แต่ก็นะ ผมตั้งชื่ออลันไปแล้ว ก็เลยคาดหวังให้มันเป็นผู้ชายอยู่ แต่มันขี้อ้อนขนาดนี้ก็เลยทำให้ผมเสียวๆ ว่ามันจะเป็นผู้หญิงอยู่นะ

                ถ้าจะถามผมว่าผมเอาลูกมังกรไฟวัยสี่ขวยนี่มาได้ยังไง ก็คงต้องย้อนไปเมื่อสี่ปีก่อนที่ผมซิ่งไม้กวาดไปในป่าเพื่อจะไปหาส่วนผสมมาปรุงยาชนิดใหม่ที่เพิ่งคิดได้เมื่อคืนก่อน

                ปล. มีคนบอกผมว่าผมบ้าปรุงยาเกินไป ไม่จริงซะหน่อย การปรุงยามันคือศิลปะนะเฟ้ย (เครยอน : ระดับนายมันเรียกว่าบ้า)

                แล้วผมก็ไปเจอหินก้อนเบ้อเริ่มก้อนนึงตอนขากลับ รูปร่างมันเหมือนไข่ ผมเห็นว่ามันน่าสนใจดี ผมก็เลยเก็บมา ด้วย

                แล้วพอผมกลับถึงห้อง ผมก็วางมันไว้ใกล้ๆกับเตาขณะทีผมกำลังคนยาในหม้อ แล้วผมก็ได้ยินเสียงดังโผละ ตามด้วยเสียง กี๊ เบาๆ

                ผมมองหาต้นเสียงซักพักก็รู้ว่ามันมาจากข้างๆหม้อ ผมก็เจอ

                ดวงตาสีแดงแป๋วแหววที่มีน้ำตาคลอหน่วง กำลังจ้องผมอย่างขอความาช่วยเหลือ มันล้มๆลุกๆอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อจะเดินมาที่ขาผม

                ผมก้มลงไปอุ้มตัวเล็กๆของมันขึ้นมาแล้วมันก็ซุกเข้ากับอกผม แล้วร้องกี๊ๆไม่หยุดเหมือนจะพยายามสื่อสาร ตัวแข็งๆของมันถูไปถูมากับอกจนเจ็บ

                ผมตัดสินใจดับหม้อต้ม ทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่เป็นผลดีกับยาที่ปรุงอยู่แน่ๆ เพื่อพาเจ้าลูกมังกรนี่ไปหาอะไรกิน

                ผมย่องเข้าไปในห้องครัวแล้วหยิบไก่งวงตัวใหญ่ออกมาจากตู้กับข้าว

                ฟิ้ว หวังว่าจินเจอร์(น้องชาย) กับแม่คงจะไม่เห็นนะ

                ผมโยนให้มังกรกิน มันกินเสียงดังจนผมตกใจ อืม มังกรมีเขี้ยวตั้งแต่เกิดเลยเหรอ

                ด้วยความอยากรู้ ผมเลยอุ้มมันพร้อมๆกับไก่งวงไปที่ห้องของน้องชายผม ไอ้ขิงแสนรู้ (Ginger แปลว่า ขิง แต่น้องชายเกสปาร์ เขียน Gynger เกสปาร์เขาเล่นคำพ้องค่ะ)

                ผมค้นๆ หนังสือมังกรซักพัก ก็เพิ่งจะถึงบางอ้อว่ามันเป็นมังกรไฟ แล้วผมก็ก้มมองมันที่กินไก่งวงหมดแล้ว แล้วก็มองผมอีก

                กินจุแบบนี้ตายแน่

                จริงสิ ไหนๆผมก็ยังไม่มีสัตว์เลี้ยง ผมเอามันเป็นสัตว์เลี้ยงเลยแล้วกัน แม่ผมรักสัตว์คงไม่ด่าอะไรเท่าไหร่ แต่ก่อนอื่น ผมคงต้องตั้งชื่อให้มันก่อน

                ชื่ออะไรดีล่ะ???

                “แกชื่อเจ้าแดงดีมั้ย? นายตัวแดงทั้งตัวเลย”

                มันเอียงหัว

                “กี๊ๆ นายร้องแบบนี้ตลอด”

                เอียงหัวไปอีกทาง

                “ลูกไฟ มังกรต้องพ่นไฟ”

                ฟู่

                มันพ่นควันออกมาแทนแล้วสำลัก

                “ต้องฝึกสินะ”

                ผมพยายามเค้นสมองออกมา คิดชื่อ

                “อลัน นายชืออลันดีมั้ย”

                จู่ๆเจ้ามังกรก็กระพือปีกพั่บๆ แล้วก็กระพืออย่างแรงจนกระทั่งมันบินได้      

                “เฮ้ยยยยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!”

                ผมเคยรับมือกับมังกรมาก่อน แน่นอนว่าผมต้องกระโดดคว้ามันได้แน่ๆ และเมื่อมันมาอยู่ในอกมันก็ดิ้นๆแล้วถูๆกับอกผมอีก

                “เอาเป็นว่า นายชื่ออลันแล้วกัน”

 

ย้อนกลับมาสู่ปัจจุบัน

“อลัน นายนั่งนิ่งๆนะ”

“กี๊”

“Traditum lanio!!”

ตูมมมมมมมมม

“แค่กๆๆๆๆ”

“ป่ะ ป๊ะ”

“เห??”

เสียงอะไรหว่า

“ป่าป๊า ทำไมอลันเป็นคนล่ะ”

สิ่งมีชีวิตน้อยน่ารักผมสีแดงเอียงหัวน้อยๆ

“เฮ้ย นายเป็นผู้หญิงเหรอ”

“ป่ะป๊า ไม่รู้เหรอว่าอลันเป็นผู้หญิง”

“ก็ไม่รู้น่ะเซ่ เฮ้ยๆ เสื้อๆ เสื้ออยู่ไหน”

เกสปาร์วิ่งพล่านไปทั่วห้องแล้วคว้าเสื้อยืดของตัวเองขึ้นมาใส่ให้อลัน

“เสื้อป่าป๊านี่ ป่าป๊าให้อลันเหรอ???”

“อ่ะ เอ้อ นาย เอ่อ เธอ เอ่อ อ่า เอ้อ ใส่ไปเหอะ -///-”

อาการอยู่กับผู้หญิงแล้วติดอ่างของเกสปาร์กำเริบ

“เย้”

อลันจู่ๆก็ไปรื้ออะไรบางอย่างจากกระเป๋าเกสปาร์

“เฮ้ๆ นาย อ่า เธอ เอ่อ จะทำอะไรน่ะ?”

“ป่าป๊า เรียกอลันว่าอลันก็ได้”

อลันที่คว้าสีเทียนได้ก็หยิบขึ้นมาได้หันมาบอก

“แว้ก แก เอ้ย เธอ เอ่อ นาย อ่า เเอ้ เอ้อ อลันจะถอดเสื้อทำม้ายยยยย”

เกสปารืร้องลั่นแล้วหันไปอีกทาง

“อลันจะเขียนเสื้อ”

“....”

“ป่าป๊าหันมาดูสิ”

เกสปาร์หันมาดูอลันที่ใส่เสื้อแล้ว ก็เจอคำที่ชวนช็อก

‘I PAPA’

“ป่าป๊าชอบมั้ย”

“อ่า ฉันเป็นป่าป๊าแกไปแล้วเหรอ?”

“ป่าป๊า เป็นป่าป๊าของอลัน”

“เอ่อ....”

“เอ่ออออออ”

อลันเลียนเสียง

“อ่า...”

“อ่า....”

“เอาเหอะ หันมาซิ นึงส่องซั่ม”

“อ๊ะ ป่าป๊า อย่าเพิ่ง”

แชะ

คิดๆดู อลันก็น่ารักดีแฮะ

Recommend

    Categories