ขณะที่จินเจอร์กำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่ในห้องพักของตัวเอง จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ดังมาจากข้างนอก ด้วยความสงสัย จินเจอร์ลุกจากเตียง รวบผมสีน้ำตาลยาวให้เรียบร้อยแล้วเดินออกมาว่าข้างนอกมีอะไร ยังไงเขาก็เป็นคนประเภทแปลกที่นอนไม่ค่อยหลับอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ยังตาสว่างอยู่ด้วย

แต่เมื่อออกมาดูก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ไฟก็ยังคงส่องสว่าง จินเจอร์เลยถือโอกาสออกมาเดินเล่น จินเจอร์เดินขึ้นไปชั้นบน จำได้ว่ามีห้องอาหารของผู้โดยสารชั้นหนึ่งอยู่ด้านบน อยากรู้ว่าพวกผู้ดีกินอะไรกัน ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ลองไปดูสักหน่อยดีกว่า

ห้องอาหารไม่ได้ใส่กลอนไว้ซะด้วย แถมยังมีอาหารวางไว้เต็มอีกต่างหาก

พวกผู้ดีนี่กินน้อยกันจังน้า จินเจอร์คิด ห้องอาหารของผู้โดยสารชั้นสามแทบจะไม่มีของเหลือ แต่ของผู้โดยสารชั้นหนึ่งนี่ยังเหลือในสภาพดีแบบนี้

จินเจอร์เอากระดาษห่อขนมปังกรอบไว้กินเล่นๆ ติดมือมา แล้วเดินกลับห้อง

ขณะที่จินเจอร์มาถึงที่พักของตัวเอง เขาพบว่ามีพนักงานสองคนยืนอยู่ ปรากฏว่าเขาก็ได้ยินเสียงแปลกๆ เช่นเดียวกับจินเจอร์ หลังจากคุยกันอยู่สักพัก จินเจอร์ตัดสินใจขอตัวกลับไปที่พัก ในขณะที่พนักงานทั้งสองคนที่เขารู้มาว่าชื่อแดเนียลกับแอนนาเบล ตัดสินใจไปรายงานความผิดปกติ

แต่ในขณะที่ทั้งสามกำลังจะแยกจากกัน จู่ๆ เรือก็เกิดโคลงเคลงขึ้นมา มีพนักงานคนหนึ่งกลิ้งออกมาจากห้อง ชนจินเจอร์เข้าอย่างจังจนเขาคอเคล็ด

สุดท้าย จินเจอร์จึงตัดสินใจไปกับแอนนาเบลและแดเนียลด้วย ทั้งสามไปแจ้งกัปตันที่ห้องเดินเรือ

ขณะที่ทั้งสามกำลังเดินขึ้นบันไดไปด้วยกันก็มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งเดินลงมาพอดี

“ได้โปรด ช่วยหาสุนัขของฉันหน่อยค่ะ สุนัขของฉันหายไปจากที่รับฝากเลี้ยงสัตว์ ฉันกับสามีเดินหาจนทั่วแล้ว” สุภาพสตรีท่านนี้แนะนำตัว และเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ เหลือแค่ชั้น E F และ G เท่านั้นที่เธอยังไม่ได้หา และสุนัขของเธอก็ไม่มีทางไปที่ใต้ท้องเรือแน่นอน

แดเนียลจึงบอกให้แอนนาเบลคอยดูแลจินเจอร์ที่อาสาช่วยสุภาพสตรีหาสุนัขที่ชั้น G ในขณะที่ตัวเองมุ่งหน้าไปดาดฟ้าเรือเพื่อรายงานกับตัน

หลังจากลงมาที่ชั้นGเพื่อหาสุนัข แต่ถึงจะหาจนทุกซอกทุกมุมแล้วก็ยังไม่เจอ ยิ่งกว่านั้น บรรยากาศในชั้นนี้ยามกลางคืนชวนให้รู้สึกถึงสิ่งแปลกๆที่อาจเกิดขึ้่นได้ทุกเมื่อ

ทั้งสองจึงสรุปว่าไม่มีสุนัขอยู่ที่ชั้น G แน่ๆ เหลือเพียงชั้น E และ F เท่านั้น ในขณะที่ทั้งสองขึ้นมายังชั้น F คุณก็พบกับผู้หญิงที่เป็นผู้โดยสารเมื่อสักครู่ กำลังคว้าแขนพนักงานอีกคน แดเนียลนั่นเอง จินเจอร์และแอนนาเบลมองทั้งสองอย่างงงงวย ก่อนที่ผู้โดยสารหญิงจะเล่าให้ทั้งคู่ฟัง

"ฉันขอให้คุณพนักงานคนนี้มาช่วยหาเองค่ะ นี่ลองตามหาทั้งชั้นนี้แล้วแต่ก็ยังไม่เจอเลย....บูลเทอร์ของฉันไปอยู่ที่ไหนกันนะ"เธอกล่าวด้วยความกังวลอย่างมาก

ทั้งสองจึงลงความเห็นว่าคิดว่ามันต้องอยู่ที่ชั้น E ที่เป็นห้องพักพนักงานอย่างแน่นอน

เมื่อมาถึงชั้น E ปรากฏว่าทั้งสามได้ยินเสียงแปลกๆ จึงตัดสินใจเดินไปตามหาต้นเสียง ปรากฏว่าทั้งสามวนไปจนถึงบริเวณที่ทั้งสามเจอกันตอนแรก

ทั้งสามเดินหาจนสุดทาง พอเห็นเงาแปลกๆ จินเจอร์จึงตะโกนทักออกไป ปรากฏว่าเงานั้นพุ่งกระโจนเข้ามาหาจินเจอร์อย่างรวดเร็วจนเขาเสียหลักล้มลง

“โอ๊ย” จินเจอร์ร้องโอดโอยเมื่อสิ่งหนักๆ ยังคงยืนอยู่บนตัวเขา แถมยังกระดิกหางไปมาอีกด้วย

นี่มันหมานี่นา จินเจอร์คิดอย่างงงงวย

                “โอ้ นั่นมัน สุนัขของฉันนี่คะ”

สุภาพสตรีท่านั้นอุ้มสุนัขพุดเดิ้ลสีขาวออกมาอย่างมีความสุข

                “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยหาสุนัขของฉัน”

จินเจอร์รู้สึกงงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เขาก็รู้สักทีว่าต้นตอของเสียงที่ทำเขานอนไม่หลับคืออะไร เขาคงจะได้ไปนอนอย่างสงบสุขเสียที